87 views

สือปาต้ง, 5 ก.ค. (ซินหัว) — หมู่บ้าน ‘สือปาต้ง’ ซึ่งมีความหมายในภาษาจีนว่า ‘ถ้ำ 18 แห่ง’ เคยขึ้นชื่อเรื่องความยากจนข้นแค้นจน “ไม่มีผู้ใดที่อยากแต่งงานกับคนหมู่บ้านนี้” มาก่อน

อย่างไรก็ตาม ในงานสัมมนาเรื่องการขจัดความยากจนที่จัดขึ้นเมื่อเดือนมิถุนายน 2017 สีจิ้นผิง ประธานาธิบดีจีนได้กล่าวไว้ว่า หมู่บ้านสือปาต้งที่เขาไปเยือนในปี 2013 นั้นสามารถลอกตรา “ความยากจน” ออกสำเร็จแล้ว ทั้งยังลุกขึ้นผงาดง้ำเหนือความยากไร้ในเวลา 3 ปี อีกทั้งครึ่งหนึ่งของหนุ่มโสด 40 คนในตอนนั้น ยังเข้าพิธีวิวาห์แล้วกับบรรดาสตรีจากหมู่บ้านอื่น

สือปาต้งขาดแคลนผืนดินทำกิน ผลผลิตทางการเกษตรที่ปลูกได้จากที่นี่แทบไม่พอเลี้ยงปากท้องชาวบ้าน ทำให้ผู้คนจำนวนมากต้องระเห็จออกไปที่อื่นเพื่อหาเลี้ยงชีพ

หลงเซียนหลาน ชาวบ้านสือปาต้งคนหนึ่งกล่าวว่า “ไม่มีผู้หญิงคนไหนอยากแต่งงานกับชาวบ้านสือปาต้งอย่างผม ผมจึงต้องออกจากหมู่บ้านไปหางานทำ”

เมื่อครั้งสีจิ้นผิงเดินทางมาตรวจสอบหมู่บ้านสือปาต้งในเดือนพฤศจิกายน 2013 เขาได้หยิบยกแนวคิด “การบรรเทาความยากจนตามเป้าหมาย” โดยกล่าวว่าเมื่อความยากจนถูกขจัดจนหมดสิ้น ความเป็นอยู่ของผู้คนจะดีขึ้น และจะมีสตรีจากภายนอกแต่งงานเข้ามาอยู่ในหมู่บ้านแห่งนี้

ช่วงต้นปี 2014 ทีมบรรเทาความยากจนถูกส่งไปยังสือปาต้งเพื่อสำรวจโครงการบรรเทาทุกข์สำหรับชาวสือปาต้งโดยเฉพาะ หลังจากล่วงรู้ว่ามีโครงการเช่นนี้เกิดขึ้น หลงเซียนหลานจึงตัดสินใจกลับบ้านเกิดมาขอความช่วยเหลือจากเจ้าหน้าที่โครงการ

หลงซิ่วหลิน อดีตหัวหน้าทีมบรรเทาความยากไร้แห่งหมู่บ้านสือปาต้งกล่าวว่า “เขา (หลงเซียนหลาน) ต้องการเริ่มต้นธุรกิจของตัวเอง เราจึงเสนอแผนบรรเทาความยากจนแบบเฉพาะครัวเรือนในสือปาต้งให้แก่เขา ผมแนะนำให้เขาไปที่โรงเรียนเกษตรกรรมอันเจียง เพื่อเรียนรู้วิธีการต่างๆ และขยายขอบเขตความสามารถของเขา”

จากนั้น หลงเซียนหลานได้เริ่มเลี้ยงผึ้งเพื่อให้ได้น้ำผึ้ง ซึ่งเป็นวิธีเลี้ยงชีพที่สอดคล้องกับสภาพท้องที่ของหมู่บ้านแห่งนี้ ที่เต็มไปด้วยดอกไม้นานาพันธุ์ และแสงแดดที่สาดส่องพอเพียง

การเลี้ยงผึ้งในปีแรก ทำให้เขาได้เงิน 5,000 หยวน (ราว 22,000 บาท) และด้วยทักษะและรายได้ที่เขามี หลงเซียนหลานจึงมีความมั่นใจมากขึ้นในการหาคู่ชีวิต

หลงเซียนหลานกล่าวว่า “ตอนที่ผมไปนัดบอดปี 2015 ผมบอกคนในงานนั้นว่าผมไม่มีอะไรนอกจากพละกำลัง แต่ถ้าผู้หญิงคนไหนเต็มใจจะแต่งงานกับผมที่มีเพียงแค่นี้ ผมรับรองว่าจะทำให้เธอมีความสุขไปตลอดชีวิต”

อู๋หม่านจิน สตรีจากหมู่บ้านใกล้เคียงที่กลายมาเป็นชาวสือปาต้งเล่าว่า “เขาวิดพื้นติดต่อกันได้มากกว่า 10 ครั้ง เป็นคนที่กระตือรือร้นและค่อนข้างตลก”

อู๋หม่านจินประทับใจในความจริงใจของหลง พวกเขาแต่งงานกันในปี 2017 ทั้งคู่ก่อตั้งธุรกิจเลี้ยงผึ้งด้วยกัน

หลงไม่ใช่คนเดียวในสือปาต้งที่ปัดเป่าความยากจนและสถานะโสดสำเร็จ ในปี 2017 หลงไห่ตง ที่เป็นแรงงานต่างถิ่นในตอนนั้น ก็ได้รับการแนะนำให้รู้จักกับหญิงสาวนาม ‘สือเหมยฟาง’

สือเหมยฟางเล่าการพบเจอครั้งแรกว่า “ฉันถามเขา (หลงไห่ตง) ว่ามาจากไหน เขาก็ตอบว่าสือปาต้ง ฉันพูดไปว่า สือปาต้งเป็นที่ที่ดีนะ แต่ฉันไม่เคยไปที่นั่นมาก่อน”

ในช่วงฤดูหนาวปีนั้น หลงไห่ตงได้แนะนำสือเหมยฟางให้รู้จักกับครอบครัวของเขา ระหว่างที่เธอไปเยือนสือปาต้ง

หลงไห่ตงย้อนความ “ตอนนั้นครอบครัวของผมกำลังทำเนื้อดอง สือกับผมก็เลยเข้าไปช่วยทำอาหารด้วยกัน พวกเรามีช่วงเวลาที่ดีด้วยกัน จากนั้นเราก็เริ่มสานสัมพันธ์แบบคนรัก”

สือเหมยฟางกล่าว “ฉันรู้สึกว่าเขาเป็นคนที่น่าเชื่อถือ รอบคอบ และเอาใจใส่”

หลงและสือแต่งงานในปี 2019 โดยหลงทำงานกับทีมวิศวกรในหมู่บ้าน ส่วนสืออยู่บ้านดูแลลูกๆ และเรียนรู้การเย็บปักถักร้อยที่สหกรณ์ของหมู่บ้าน

เรื่องราวข้างต้นนี้เป็นส่วนหนึ่งของชายสือปาต้งกว่า 30 คนที่แต่งงานแล้ว และบัดนี้ พวกเขาส่วนใหญ่อยู่กับครอบครัว ทำธุรกิจอยู่ในสือปาต้ง พัฒนาอุตสาหกรรมเฉพาะต่างๆ ซึ่งรวมถึงการท่องเที่ยวในชนบท การเย็บปักถักร้อยแบบกลุ่มชาติพันธุ์เหมียว เกษตรกรรมนิเวศวิทยา และการเลี้ยงสัตว์

ซือจื้อชุนก็เป็นชายคนหนึ่งที่กลับมาเริ่มทำธุรกิจที่สือปาต้ง หลังสำเร็จการศึกษาระดับปริญญาโทในปี 2017 เขายังช่วยเหลือชาวบ้านในการโปรโมตสินค้าเกษตรทางออนไลน์และใช้วิธีไลฟ์สตรีมเพื่อกระตุ้นยอดขาย

แต่เมื่อถามถึงเรื่องหัวใจซือจื้อชุนกลับตอบว่า “ความรักจะเกิดขึ้นเองตามธรรมชาติ ผมปล่อยให้มันเป็นเรื่องของโชคชะตา ผมมีเป้าหมายที่อยากจะเรียนต่อระดับปริญญาเอก เพื่อหาแพลตฟอร์มที่ดียิ่งกว่าปัจจุบันมาช่วยบ้านเกิดของผม”

ซือจินทง หัวหน้าพรรคคอมมิวนิสต์ประจำหมู่บ้านสือปาต้งกล่าวว่า “เมื่อเดินตามเส้นทางที่ถูกต้อง ชาวบ้านก็ได้แต่งงานและมีชีวิตที่ดีขึ้น โดยเมื่อปลายปี 2019 รายได้สุทธิต่อหัวของชาวบ้านเราสูงถึง 14,668 หยวน (ราว 64,576 บาท)”

ไต้จวิน ศาสตราจารย์ประจำโรงเรียนพรรคแห่งคณะกรรมการมณฑลหูหนานแห่งซีพีซี กล่าวว่า “เราระลึกถึงเรื่องราวของหมู่บ้านสือปาต้งที่สีจิ้นผิง เลขาธิการใหญ่เล่าให้ฟัง และรับรู้ได้ถึงความห่วงใยของเขาต่อผู้ทุกข์ยาก เราจึงมีความมั่นใจเต็มเปี่ยมว่าเขาจะนำทางเราสู่ชีวิตที่ดียิ่งขึ้น”

ข่าวที่เกี่ยวข้อง:

This site uses Akismet to reduce spam. Learn how your comment data is processed.